วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Truly, madly, deeply



เรื่องราวความรักที่มีจุดเริ่มต้นในปี 1953 เมืองหางโจว, รักที่ผจญกับอุปสรรคทั้งด้านส่วนตัวและการเมือง

หลายสิบปี แต่สุดท้ายก็สมหวัง
เริ่มต้นในฤดูใบไม้ร่วง 1953 แดนนี่ลี(ญ) พบรักกับหนุ่ม หยวนตี้เปา ในหางโจว มณทลเจ้อเจียง แต่โชค

เล่นตลกพรากพวกเขาทั้งคู่ให้อยู่ห่างกันไปคนละทวีป จนกระทั่งเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาจึงได้พบหน้ากัน

เป็นครั้งแรกในรอบ54ปี และแต่งงานกันในเดือนกันยายน
เรื่องราวของพวกเขาได้กลายเป็นข่าวร้อนในหนังสือพิมพ์ภาษาจีนและสถานีโทรทัศน์ ชาวเน็ตประกาศ

ความรักของพวกเขาเป็นรักที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก
"ฉันเหมือนฝันไป. ฉันไม่เคยคาดว่าจะเคยเห็นเขาอีกครั้ง"ลี ในวัย83 ปีกล่าว
ลี(ญ)เกิดในกรุงปักกิ่งในปี ค.ศ. 1927 พ่อเป็นคนจีนแม่เป็นชาวฝรั่งเศส เมื่อเธออายุได้24ปีเธอได้เป็นครู

อายุน้อยที่สุดที่โรงเรียนแพทย์แห่งมณทลเจ้อเจียง ในเมืองหางโจว เธอเป็นที่โจษจันในความสามารถพูดได้

ถึง4ภาษา-จีน-อังกฤษ-รัสเซีย-ฝรั่งเศส
ในปี1953 นักศึกษาหนุ่มหล่อหยวนตี้เปาก็เข้ามาสู่ชีวิตของเธอ
หยวนเป็นนักเรียนหัวหน้าชั้น เรียนได้ที่หนึ่งในชั้นเรียนภาษารัสเซีย เขาหัวดีและขยัน สอบได้ที่หนึ่งเสมอๆ
ลีกล่าวว่า"หยวนเป็นคนดี ดีต่อทุกคน นักเรียนและครูต่างรักเขาด้วยกันทั้งนั้น"
ยิ่งนานวัน ทั้งสองพบว่าพวกเขามีหลายที่เหมือนกัน จากความรู้สึกดีๆในตอนแรกกลายเป็นความรักในเวลา

ต่อมา
แม้ว่าในสมัยนั้นรักระหว่างศิษย์อาจารย์เป็นเรื่องที่ไม่ยอมรับนัก พ่อแม่ของหญิงสาวต่างรับรู้และยอมรับให้

ทั้งคู่คบกัน ทุกวันหยวนจะพาลีไปส่งถึงบ้าน และนั่งคุยกันอีกพักหนึ่งจึงกลับ พ่อแม่ของลีก็ดูดหมือนจะเป็นใจ
ขณะที่หญิงสาวสุขใจในความรัก แต่สำหรับหยวนมันทั้งสุขและทุกข์เพราะรู้สึกผิดอยู่ในใจ
ลีเล่าว่า"ฉันเองก็รู้ว่าเหมือนเขามีอะไรในใจไม่บอกฉัน แต่ก็ไม่ได้สนใจนัก"
ที่ ลีไม่รู้ก็คือ หยวนมีภรรยาอยู่แล้ว ในสมัยนั้นผู้ชายอายุ25ปีในที่ที่เขามาคือเมืองเซียะเหมิน มณทลฟู่เจียน

มักจะแต่งงานแล้ว หลังงานแต่งงานกับสาวที่พ่อแม่เลือกให้จึงได้เข้าเรียนในวิทยาลัยแห่งนี้
หยวนปกปิดเรื่องที่เขามีเมียแล้วจนกระทั่งก่อนที่เขาจะต้องย้ายไปเรียนที่ใหม่ ที่เฉิงตู มณทลเสฉวน เขาจึง

สารภาพกับลีว่าเขาแต่งงานแล้ว และโดยประเพณีเขาต้องดูแลภรรยาคนนี้ไปจนกว่าจะตายจากกัน
ลีช็อกกับสิ่งที่รู้ แม้ว่าลีจะรักหยวนเพียงไร แต่ทั้งคู่ก็ต้องเลิกรา
"ตอนนั้นฉันไม่มีทางเลือก ฉันจะหาความสุข บนความโชคร้ายของหญิงอีกคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ฉันทำไม่

ได้" ลีกล่าว แล้วหลังจากนั้นเราก็ไม่เคยพบกันอีกเลย
ในปี1956 ลีย้ายไปอยู่เมืองลีออง ฝรั่งเศส กับแม่ของเธอ พ่อของเธอย้ายตามไปในปี1962 ก่อนเดินทางไป

ลีเขียนไปบอกหยวนเนื่องที่เธอจะย้ายไปอยู่ฝรั่งเศส
จากนั้นมาทั้งคู่ก็โต้ตอบกันทางจดหมาย หยวนให้ลีส่งจดหมายมาที่ที่ทำงานเพื่อไม่ให้ภรรยารู้
ชีวิตใหม่ของลีที่ฝรั่งเศสไม่ราบรื่นนัก ความแปลกที่ ใบรับรองการศึกษาที่เธอมีไม่เป็นที่รับรองของทาง

ฝรั่งเศส เธอต้องเรียนใหม่ เธอเรียนชวเลขและพิมพ์ดีดจบแล้ว จึงได้เข้าทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง
ขณะเดียวกันหยวนจบการศึกษาแล้วทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งในเซียะเหมิน แต่ในจดหมายที่ส่งถึงกัน ทั้งคู่

ไม่เคยเล่าถึงความลำบากให้กันฟัง หยวนเล่าให้ลีฟังแต่ว่าเขาได้กลายเป็นพ่อ ลียังส่งของใช้สำหรับเด็กพวก

ผ้าอ้อม นมผง เพราะรู้ว่าสมัยนั้นของพวกนี้ไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆในเมืองจีน
ในระหว่างที่มีการปฏิวัติวัฒนธรรมในจีน(1966-1976)จดหมายที่ลีส่งมาเริ่มมีการตีกลับ ลีรู้ว่าหากส่ง

จดหมายมาอีกอาจนำภัยมาสู่หยวน เธอจึงหยุดส่ง
แต่เธอไม่เคยลืมหยวน
ลีเล่าว่า"ฉันไม่สามารถมีใครใหม่ มีหลายคนมาจีบฉัน แต่ไม่มีใครที่มาแทนหยวนได้"
ปี1976การปฏิวัติสิ้นสุดลง เธอคิดว่าน่าจะไม่เป็นอะไร เธอเร่ิมเขียนจดหมายส่งถึงหยวนที่ที่ทำงานอีก แต่

จดหมายถูกตีกลับ หยวนย้ายที่ทำงาน เขาเคยส่งจดหมายบอกลีเนื่องย้ายที่ทำงานแต่ไม่ถึงลี พวกเขาไม่เคย

ติดต่อกันอีกเลยนาน45ปี
จนวันหนึ่งเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้(2010) อัวหยางลู่หยิงสะไภ้คนที่สามของหยวน ได้ทราบเรื่องที่หยวนเคย

ติดต่อคบหากับลีอย่างลับๆทางจดหมาย เธอจึงอยากให้หยวน(พ่อสามี)ติดต่อกับลีอีกครั้งหนึ่ง เพราะแม่สามี

ของเธอก็ตายไปหลายปีแล้ว หลายปีมานี้ที่หยวนไม่ได้ติดต่อกับลี แต่เขาก็ไปในสถานที่ที่พวกเขาเคยนัดพบ

กันอยู่บ่อยๆ
สะไภ้อัวหยางลู่หยิงปลุกความฝันของหยวนได้สำเร็จ เขานอนดึกอยู่หลายคืนเพื่อเขียนจดหมายถึงลี6ฉบับ

เนื้อความในจดหมายเป็นอักษรจีนหกประโยคอวยพรให้ลีมีสุขภาพแข็งแรง ยังมีภาษาอังกฤษแจ้งว่าเขา

เป็นนักเรียนของลี ถ้าเธอยังไม่ตาย เขาอยากได้ที่อยู่ของเธอ
เขาเริ่มส่งจดหมายไปวันเว้นวัน เขาตั้งใจว่าหากไม่มีการตอบกลับ เรื่องทุกอย่างจบลงตรงนั้น
ที่สุดเขาได้รับจดหมายจากฝรั่งเศส ลีเปิดจดหมายดังกล่าวด้วยมือสั่นเทา เมื่อเห็นลายมือเขาถึงกับอุทาน

ว่า"ขอบคุณพระเจ้าเธอยังไม่ตาย"
ในซองจดหมายมีรูปของลี และจดหมายสามหน้า บรรยายเรื่องที่เกิดขึ้นกับลีในช่วงที่ไม่ได้ติดต่อกัน ว่าใน

ปี1974 ลีได้ปริญญาโทภาษาจีน และได้ทำงานเป็นครูสอนภาษจีนที่มหาวิทยาลัยในลีอ็อง ในเงื่อนไขว่าถ้า

เธอทำงานไป10ปีเธอจะได้ปริญญาเอก แต่เธอทำได้สำเร็จภายในเวลา5ปี
เธอลาออกจากมหาวิทยาลัยในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ และทำงานเป็นรองประธานในองค์ที่ไม่แสวง

หากำไรเพื่อเด็กนักเรียนของมหาวิทยาลัยที่มาจากจีน
เธออยู่เป็นโสดในบ้านที่ตายายของเธอทิ้งใว้ให้เธอหลังพวกเขาจากไป แล้ววันหนึ่งที่จดหมายจากหยวนส่งมา

เธออ่านแล้วไม่ได้ตอบทันทีเพราะไม่แน่ใจว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือฝันไป เธออยู่กับจดหมายนั้นตั้งแต่เที่ยงวัน

ยันเที่ยงคืนคนเดียวในสวน เช้าอีกวันก็มีจดหมายจากหยวนมาอีกเธอจึงรู้ว่านี่ไม่ใช่ฝันไป พวกเขาจึงเริ่ม

ติดต่อกันทางจดหมายเหมือนเดิม บางครั้งอัวหยาง(สะไภ้)ช่วยต่อโทรศัพท์ให้ทั้งสองคุยกัน แต่พวกเขา

สะดวกที่จะคุยกันทางจดหมายมากกว่าเพราะหยวนหูไม่ค่อยดี
หนึ่งเดือนผ่านไป หยวนเชิญลีมาที่เซียะเหมิน แล้วแต่ว่าลีจะเลือก ว่าจะเพียงมาเยี่ยมหรือจะอยูที่เซียะเหมิ

นเลย ก็แล้วแต่เธอ
เมื่อลีบินมาถึงเซียะเหมิน หยวนและทุกคนในครอบครัวมารับเธอที่สนามบิน หยวนมีกุหลาบ55ดอกในมือ
ลีแต่งงานกับหยวนในวันที่21กันยายนที่ผ่านมา หนึ่งวันก่อนเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงอันเป็นเทศกาลที่ครอบ

ครัวมารวมกัน
พวกเขาอยู่ด้วยกันในบ้านของลูกชายคนเล็ก ทุกเช้าจะเดินควงคู่กันไปบนหาดทราย จับมือกันไป
"อะไรที่ผ่านไปก็ให้ผ่านไปเวลาที่เหลือของเราจะอยู่ด้วยกันไปจนตาย ฉันตาไม่ค่อยดี เขาหูตึง ฉันจะเป็นหู

ให้เขา เขาเป็นตาให้ฉัน " ลีกล่าว




http://www.chinadaily.com.cn/life/2010-10/28/content_11469513.htm